EDITORIAL TECH

หรือมนุษย์จะไม่จำเป็นอีกต่อไป! เมื่อนักลงทุนหันมาสนใจ Virtual Influencers กันมากขึ้น

Brud คือบริษัทที่อยู่เบื่องหลังการสร้างบุคคลเสมือนจริง หรือ Virtual Character อย่างสาวน้อย Lil Miquela ซึ่งตอนนี้มูลค่าของบริษัทมีค่าสูงถึง 123 ล้านเหรียญสหรัฐ

Brud บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังสาวน้อย Lil Miquela ตัวละครเสมือนจริงที่มีผู้ติดตามใน IG กว่า 1.5 ล้าน

Brud คือบริษัทที่อยู่เบื้องหลังการสร้างบุคคลเสมือนจริง หรือ Virtual Character อย่างสาวน้อย Lil Miquela ซึ่งตอนนี้มูลค่าของบริษัทมีค่าสูงถึง 123 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณเกือบๆ 4 พันล้านบาท จากการระดมทุนรอบล่าสุด ในขณะที่บริษัทด้านการลงทุนอย่าง Shadows, SuperPlastic และ Toonstar ก็กำลังทำการพัฒนาบุคคลเสมือนจริง และจะทำการปล่อยสู่ช่องทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงสื่ออื่นๆ ของตัวเองด้วยเช่นกัน

เป็นที่น่าจับตามองว่าในยุคนี้ผู้คนจะสามารถเปิดใจให้กับเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้ได้หรือไม่ เพราะ Lil Miquela นั้นเป็นเพียงภาพเสมือนบนโลกออนไลน์ ไม่ได้เป็นหุ่นยนต์ที่หน้าตาเหมือนคนจนน่าขนลุก หรือที่เรียกกันว่า Uncanny Valley นอกจากนี้ Lil Miquela ที่น่าจะเป็น Virtual Character ที่ประสบความสำเร็จที่สุด จนมียอดผู้ติดตามใน Instagram ถึง 1.5 ล้านคน ก็น่าจะสะท้อนให้นัยสำคัญอะไรบางอย่าง

นักลงทุนหลายรายที่อยู่เบื้องหลังบริษัทเหล่านี้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในระบบสตูดิโอรูปแบบใหม่ ซึ่งข้อดีของเจ้า Virtual Character ก็คือ ไม่ต้องกังวลเรื่องบุคลิกนิสัยด้านลบ หรือแม้กระทั่งข่าวฉาว และที่สำคัญคือมันสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ

ภาพจาก https://www.instagram.com/lilmiquela/

Peter Rojas หนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัท Betaworks Ventures บริษัทด้านการลงทุนในนิวยอร์กมองว่า Virtual Character กำลังจะกลายเป็นคอนเทนต์รูปแบบใหม่ และเราจะได้เห็นมันมากขึ้นในปี 2019 และ 2020 นี้

Brud เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ใน Los Angeles และเป็นบริษัทเกี่ยวกับ Virtual Character ที่มาได้ไกลที่สุดในอเมริกา ทั้งในแง่ของเงินทุน ที่ในปีที่แล้วสามารถระดมทุนไปได้กว่า 6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 191 ล้านบาท จาก Sequoia Capital, Box Group และนักลงทุนรายอื่นๆ

ภาพจาก https://www.instagram.com/lilmiquela/

ยิ่งไปกว่านั้น ในการระดมทุนครั้งที่สอง Brud กวาดเงินไปได้ราวๆ 20-30 ล้านเหรียญสหัรฐ หรือประมาณ 640-957 ล้านบาท ในขณะที่ราคาประเมินมูลค่าของบริษัทอยู่ที่ 125 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณเกือบ 4 พันล้านบาท เป็นอย่างต่ำ

จุดเริ่มต้นของ Virtual Character

หลายคนอาจไม่ทันสังเกตว่า Virtual Character นั้นเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ จริงๆ แล้วการใช้ตัวละครกราฟฟิกนั้นได้เติบโตมาพร้อมๆ กับวัฒนธรรมสมัยใหม่ของเราเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว นึกย้อนไปในช่วงปลายปี 2000 ที่วง Gorillaz ปล่อย MV เพลง Tomorrow Comes Today ก็ได้มีการใช้ตัวการ์ตูนแทนการใช้คนแสดง

หรือย้อนกลับไปอีกในช่วงกลางปี 1990 การ์ตูนเรื่อง Space Ghost Coast to Coast ของ Cartoon Network ก็มีการใช้ตัวการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่มานั่งสัมภาษณ์ดาราที่เป็นคนจริงๆ ด้วยเช่นกัน เมื่อไม่นานมานี้ก็มีตัวละครกราฟฟิกจากญี่ปุ่นที่มีแฟนคลับจำนวนมากทั่วโลก ที่หลายคนอาจรู้จักกันดีอย่าง Hatsune Miku

กระแสตัวละครเสมือนจริงกำลังค่อยๆ เป็นที่นิยมไปทั่วโลก อย่างในกรณีที่ญี่ปุ่นชายหนุ่มชื่อ
Akihiko Kondo ได้ทุ่มเงินกว่า 18,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 574,000 บาท เพื่อแต่งงานกับตัวละครอวาตาร์ที่ตัวเองชื่นชอบ และไม่ได้มีเพียงกรณีเดียว เพราะบริษัท
Gatebox ผู้ให้บริการติดตั้งเครื่องฉายโฮโลแกรมตามบ้านเผยว่า ได้ทำการจดทะเบียนสมรสให้คนที่ต้องการแต่งงานกับตัวละครอวาตาร์มาแล้วกว่า 3,700 ราย

Virtual Character คอนเทนต์แนวใหม่ที่จะมาพลิกโฉมโลกออนไลน์

Betaworks เป็นบริษัทที่กำลังทำการสำรวจความนิยมของเหล่า Virtual Character, สิ่งที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีที่ใช้สร้างเนื้อหารูปแบบใหม่ๆ ที่จะมาพลิกโฉมวงการบันเทิงและโซเชียลมีเดีย

โดย Betaworks เผยว่า กำลังมองภาพรวมในประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดการเนื้อหาหรือพวกเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นมา เราจะแยกมันได้อย่างไร ในขณะที่อัลกอริทึม และสิ่งที่เรียกว่า GANs: Generative Adversarial Networks (เทคโนโลยีที่ใช้ AI สองตัวทำงานแข่งกัน เช่น AI ตัวแรกจะทำการสร้างรูปคนที่เหมือนกับคนจริงๆ และ AI ตัวที่สองจะทำการตรวจสอบว่าเป็นรูปคนจริงๆ หรือถูกสร้างขึ้นโดย AI และจะทำงานแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนได้ภาพที่เหมือนกับคนจริงๆ มากที่สุด) ทั้งสองเทคโนโลยีกำลังถูกนำมาใช้สร้างเป็นเนื้อหาทั้งภาพและวิดีโอ

สำหรับในเรื่อง Virtual Character นั้น Betaworks ก็มองว่า การพัฒนาเครื่องมือที่ทรงพลัง จะทำให้สามารถสร้าง Virtual Character ขึ้นมาในเวลาไม่กี่นาที จากที่ก่อนหน้านี้เราต้องใช้เวลาเป็นร้อยเป็นพันชั่วโมง และสามารถสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้แก่วงการบันเทิงได้อีกด้วย เราอาจจะสามารถนำมันมาใช้แทนดารานักแสดงที่เป็นคนจริงๆ สร้างเป็นวิดีโอ จับมันแต่งตัวเพื่อรีวิวสินค้า โดยไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากไปกับการทำ CGI

โดยล่าสุด Betaworks ได้เดิมพันการลงทุนไปกับบริษัทสตูดิโอสร้าง Virtual Character อย่าง SuperPlastic ที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตของเล่นและของสะสมอย่างร้าน Kidrobot

Toonstar บริษัทที่ทำให้การสร้างแอนิเมชันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ทางฝั่งบริษัท Toonstar นั้น John Attanasio และ Luisa Huang สองผู้ก่อตั้งผู้มากประสบการณ์ ทั้งสองรู้จักกันที่ Digital Media Group ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Warner Brothers

ทั้งสองสังเกตว่าบนโลกนี้มีจำนวนโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเห็นว่าเทรนด์ในการเสพข้อมูลข้องผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกำลังเป็นไปในทิศทางที่ผิด ทั้งสองจึงเริ่มคิดหาอะไรใหม่ๆ ที่ต้นทุนต่ำ มีมูลค่า และเป็นเหมือนสื่อออนไลน์ จนมองเห็นช่องโหว่ที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการทำแอนิเมชัน นั่นคือการจะสร้างแอนิเมชันนั้นเป็นเรื่องยาก ใช้เวลานาน และค่อนข้างแพง ต้นทุนโดยทั่วๆ ไปราคาสูงถึง 3-5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 96-160 ล้านบาท บางทีกว่าจะทำเสร็จสักซีรีส์นึงก็กินเวลาไปหลายปี

ซึ่งทั้งสองคิดว่ามันนานเกินไปสำหรับการสร้างคอนเทนต์บนโทรศัพท์มือถือ เลยสร้างแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมา โดยเน้นให้ผู้ใช้สร้างคอนเทนต์ได้เอง เช่น ทำแอนิเมชันบน Youtube สร้างตัวละครอวาตาร์เพื่อเล่าเรื่องราวต่างๆ แล้วแชร์ไปอวดเพื่อนๆ บนโซเชียลมีเดียอื่นๆ แถมยังสามารถอัพโหลดบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ Toonstar ได้อีกด้วย

หลังจากเปิดตัวแอปพลิเคชันไป บริษัท Toonstar ก็ได้ทำการปรับโมเดลธุรกิจของบริษัทใหม่ให้กลายเป็นสตูดิโอสร้างแอนิเมชันแบบปกติ โดยร่วมมือกับแอปพลิเคชัน Musical.ly (ภายหลังกลายเป็นแอปพลิเคชัน TikTok) สร้างการ์ตูนให้มาตอบโต้กับคนจริงๆ เหมือนกับเรื่อง Space Ghost Coast to Coast กลายมาเป็นเจ้าไก่ตัวสีฟ้า Poppy การ์ตูนฉายรายสัปดาห์ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีที่บริษัทผลิตขึ้นเอง ทำให้สามารถผลิตแอนิเมชันได้เร็วกว่าปกติ 50 เท่า และใช้ต้นทุนน้อยกว่าถึง 90 เปอร์เซ็นต์

โดยภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน เจ้าไก่น้อย Poppy ก็มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน และมีฐานแฟนคลับของตัวเองอีกด้วย โดยมียอดเข้าชมกว่า 4.5 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ รวมถึงการ์ตูนเรื่องใหม่อย่าง Black Santa ที่เป็นผลงานร่วมกับ Baron Davis นักลงทุนด้านเทคโนโลยีและนักบาส NBA ชื่อดัง โดยวิดีโอทั้งหมดของ Toonstar มียอดเข้าชมรวมๆ แล้ว 45 ล้านครั้งต่อสัปดาห์เลยทีเดียว และล่าสุดก็ได้ข่าวว่ากำลังจะมีโปรเจคใหม่อีกด้วย

Shadows ตั้งเป้าสร้าง Virtual Character 20 ตัวต่อปี

บริษัท Shadows ก็กำลังพัฒนาสื่อเสมือนจริง (Virtual Media) อย่าง Virtual Character แล้ว แต่ก็ยังตามเทรนด์เทคโนโลยีเสมือนจริงอื่นๆ ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีนั่นคือ Virtual Reality หรือที่เรียกกันติดปากว่าเกม VR หรือ Augmented Reality อย่างเกม Pokemon Go นั่นเอง

ทางด้าน Shadows ยังคงจับตามองนวัตกรรมใหม่ๆ เทคโนโลยีเกี่ยวกับโลกเสมือนจริง (Virtual World) และความเคลื่อนไหวของสื่อโซเชียลมีเดีย และยืนยันว่า Shadows ไม่ได้พยายามจะสร้างมนุษย์ แต่กำลังสร้างสิ่งที่ไม่ต่างกับการดูการ์ตูน Mickey Mouse, Looney Tunes หรือ Bugs Bunnies ในเวอร์ชัน 3 มิติ Virtual Character อาจจะดูคล้ายกับหุ่นยนต์ที่สร้างมาให้เหมือนมนุษย์ (Uncanny Valley) แต่จริงๆ แล้วมันเป็นแค่ตัวละครที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่อง ถ่ายทอดจินตนาการของมนุษย์ให้เหมือนอยู่ในโลกของเราจริงๆ ได้ และตั้งเป้าจะสร้าง Virtual Character ออกมาให้ได้ 20 ตัวต่อปี ทั้งนี้ ทาง Shadows ได้ปล่อย Virtual Charzter ออกมาแล้ว 2 ตัวด้วยกัน แต่ยังไม่เปิดเผยว่าตัวไหน

Source: TechCrunch 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.