EDITORIAL SNEAKERS

10 อันดับสนีกเกอร์ที่แพงที่สุดแห่งปี 2018

หลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมรองเท้าสนีกเกอร์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน ตลอดปี 2018 เราเห็นแบรนด์ต่างๆ ปล่อยสนีกเกอร์ออกมาวางขายเป็นจำนวนมาก รวมถึงโปรเจคต่างๆ ที่เรียกว่างาน Collaboration หรือร่วมกันออกแบบ และนำมาวางขายในจำนวนจำกัดแบบ Limited-edition ที่ได้รับความนิยมกันอย่างล้นหลาม
ภาพจาก Highsnobiety

หลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมรองเท้าสนีกเกอร์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน ตลอดปี 2018 เราเห็นแบรนด์ต่างๆ ปล่อยสนีกเกอร์ออกมาวางขายเป็นจำนวนมาก รวมถึงโปรเจคต่างๆ ที่เรียกว่างาน Collaboration หรือร่วมกันออกแบบ และนำมาวางขายในจำนวนจำกัดแบบ Limited-edition ที่ได้รับความนิยมกันอย่างล้นหลาม

ด้วยจำนวนสนีกเกอร์ในตลาดที่มากขึ้น และรุ่นหายากถูกปล่อยออกมามากขึ้น ส่งผลให้ตลาดสนีกเกอร์มือสอง หรือ ตลาด Resale คือสถานที่ที่คนนำสนีกเกอร์รุ่นหายากมาอัพราคาขายต่อกัน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 31,720 ล้านบาท) ในปี 2016 และดูจากสถิติคาดว่าตลาดของรองเท้าทั้งหมด ที่เป็นสนีกเกอร์หรือทรงรองเท้านักกีฬา มีแนวโน้มมูลค่าสูงถึง 95,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2025

ด้วยเหตุนี้ ทาง Highsnobiety จึงได้ร่วมมือกับเจ้าพ่อแห่งวงการสนีกเกอร์อย่าง StockX ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีคนนำรองเท้ามาวางขายหรือประมูลกันในราคาที่เรียกได้ว่าถ้าใจไม่รัก คงซื้อไม่ลงจริงๆ โดยทั้งสองร่วมมือกันจัดอันดับสนีกเกอร์ที่ถูกปั่นราคาจนสูงมากที่สุด 10 อันดับ แห่งปี 2018

Kobe Bryant ยังเก๋าอยู่

ภาพจาก Highsnobiety

Kobe Bryant นักบาสเก็ตบอล NBA ชื่อดัง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นมาหลายปีแล้ว แต่ผลงานของเขายังคว้าตำแหน่งสนีกเกอร์ที่แพงที่สุดในปี 2018 มาได้ นั่นคือสนีกเกอร์รุ่น Flight Jacket UNDEFEATED x Nike Zoom Kobe 1 Protro เป็นสนีกเกอร์รุ่นซิกเนเจอร์คู่แรกที่เกิดจากความร่วมมือกับแบรนด์ UNDEFEATED ราคาขายต่ออยู่ที่ประมาณ 3,904 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 120,000 บาท) ซึ่งแพงกว่ารุ่น Art Basel SoleFly x Nike Air Jordan 1 อยู่นิดหน่อย เพราะดันมีคนปล่อย Art Basel ออกมาสู่ตลาดถึง 23 คู่ทำให้ตกไปอยู่อันดับ 2 แทน แต่ก็นับว่าเป็นรองเท้าที่หายากทั้งคู่

จากภาพด้านบนนอกจากจะมีรองเท้า Nike ฟาดไปทั้งหมด 6 อันดับ จาก 10 แต่ก็มีคนเก๋าอย่าง INVINCIBLE x adidas Futurecraft 4D แทรกมาอยู่ในอันดับที่ 3 ซึ่งราคาขายต่อเฉลี่ยอยู่ที่ 2,061 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 65,000 บาท) และ Balenciaga Triple S สีครีม-เหลือง-แดง ชิงอันดับ 6 ไปในราคา 1,584 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 50,000 บาท)

จากการครองอันดับของ Nike แสดงให้เห็นบ้างแล้วว่าอะไรที่เป็นเทรนด์ของปี 2018 และจากอันดับทั้ง 10 จะเห็นว่ามีรองเท้าบาสเก็ตบอลถึง 2 คู่ที่ติดอันดับคือ อันดับ 1 ของ Kobe และ อันดับที่ 7 Ray Gun ของ Kyrie Irving เป็นข้อพิสูจน์ว่านักกีฬาชื่อดังหรือผู้เล่นระดับโลกยังมีอิทธิพลกับวงการสนีกเกอร์อยู่

นอกจากนี้ดูเหมือนว่าแฟนๆ สนีกเกอร์พร้อมจะจ่ายไม่อั้นกับแบรนด์ที่เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นฝั่ง Adidas ที่มีพื้นรอง Carbon 4D ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของสนีกเกอร์ Adidas ในอนาคต ในส่วนของ Nike เองก็มีเทคโนโลยี Zoom Vaporfly Elite ที่ออกแบบมาเพื่อนักวิ่งมาราธอนโดยเฉพาะ

เห็นได้จากมีรองเท้า Nike ที่เป็นรุ่น Zoom Vaporfly Elites ติดอันดับถึง 3 คู่ด้วยกัน เป็นรองเท้าที่ถูกทำออกมาขายในจำนวนจำกัดและประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยอันดับสูงสุดคือรุ่น Chicago Marathon อยู่อันดับ 5 ในราคา 1,600 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 50,700 บาท) ตามมาด้วย Nike Zoom Vaporfly Elite Flyprint ในอันดับที่ 8 ราคาเฉลี่ย 1,461 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 46,300 บาท) และ London Marathon ในอันดับ 9 ราคา 1,450 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 46,000 บาท)

และยังมีสนีกเกอร์รุ่นอื่นๆ ของ Nike ตามมาเป็นขบวนคือ รุ่น Sail Art Basel SoleFly x Nike Air Jordan 1 ชิงอันดับ 4 ในราคา 1,921 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 60,900 บาท) Ray Gun Nike Kyrie 3 อยู่อันดับ 7 ราคา 1,520 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 48,200 บาท) และ CLOT x Nike Air Force 1 รั้งท้ายอันดับ 10 ราคา 1,430 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 45,300 บาท)

ยิ่งกล้าเสี่ยง ยิ่งกำไร (ถ้านำเทรนด์นะ)

ภาพจาก Highsnobiety

ในปี 2018 ที่ผ่านมามีจำนวนเงินมหาศาลหมุนเวียนในวงการของคนรักสนีกเกอร์ จะเห็นได้จากกราฟในภาพด้านบน ที่แสดงให้เห็นถึงราคาของสนีกเกอร์ 10 อันดับ ที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นจากราคาเดิม โดยเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์

จะเห็นว่าจากทั้ง 10 อันดับส่วนใหญ่ก็ถูก Nike กวาดเรียบไปอีกเช่นเคย มี Air Jordans รุ่นเก่าถึง 4 คู่ จากทั้ง 10 อันดับนี้ และจากทั้งหมดของ Nike มี 5 คู่ ที่เป็นรองเท้าบาสเก็ตบอล ยิ่งย้ำให้เห็นว่านักกีฬาที่มีชื่อเสียงยังคงมีอิทธิพลต่อวงการสนีกเกอร์มากแค่ไหน มีเพียงอันดับเดียวคืออันดับที่ 6 ที่ไม่ได้เป็นของ Nike แต่เป็น Crocs Dimitri Clog ที่เป็นผลงานของ Post Malone เท่านั้น

จากกราฟจะเห็นว่า 4 อันดับแรกมีราคาเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1200% โดยอันดับ 1 ที่มีราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ Art Basel SoleFly Air Jordan 1 ของ Nike ซึ่งเป็นรุ่นที่หายากมากๆ โดยราคาเดิมอยู่ที่ 160 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,000 บาท) เท่านั้น แต่ล่าสุดคือราคาเพิ่มขึ้นเป็น 3,901 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 124,000 บาท) เลยทีเดียว โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ถึง 2,438%

ตามมาด้วยอันดับที่ 2 อย่าง Flight Jacket UNDEFEATED x Nike Kobe 1 Protro ที่ราคาเพิ่มขึ้นถึง 2,168% ถึงแม้ว่ามันจะเป็นรองเท้าที่ราคาแพงที่สุดแห่งปี 2018 ด้วยราคา 3,904 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 120,000 บาท) แต่ด้วยราคาเดิมที่สูงถึง 180 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,700 บาท) ทำให้ตกลงมาอยู่อันดับ 2 อย่างน่าเสียดาย

และอีกสองคู่ที่มีราคาเพิ่มมากกว่า 1,200% คือ Ray Gun Nike Kyrie 3 และ Sail Art Basel SoleFly Jordan 1 ราคาเพิ่มขึ้น 1,267% และ 1,200% ตามลำดับ

ในส่วนของรองเท้าบาสเก็ตบอลที่กวาดอันดับไปจนเหี้ยนโดยมี Air Jordan รุ่นเก่าติดอันดับถึง 4 คู่ บ่งบอกว่าโลโก้ Jumpman ของ Air Jordan กลับมาทวงที่ยืนในปี 2018 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนจะเกิดการ Collaboration กันระหว่าง Vergil Abloh และสนีกเกอร์รุ่น The Ten ของ Nike ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามในปี 2019 นี้นั้น Air Jordan รุ่นเก่าๆ โดยเฉพาะรุ่นที่หายากอย่าง Solefly Art Basel Miami หรือ Seoul Air Jordan 3 ได้กลายมาเป็นที่ต้องการอีกครั้ง เหล่าคนรักสนีกเกอร์ที่นำเทรนด์ รู้ว่าอะไรจะกลับมาฮิตก็คงได้กำไรกันไปถ้วนหน้า

ขอทางหน่อย YEEZY จะเดิน!

ภาพจาก Highsnobiety

ภาพด้านบนแสดงให้เห็นถึงรองเท้าสนีกเกอร์ที่ขายดีที่สุด 10 อันดับแรก โดยเทียบจากส่วนแบ่งทางการตลาดซึ่งแต่ละอันดับมีความสัมพันธ์กัน อันดับ 1 ที่ยังไม่มีใครโค่นได้มาสักพักหนึ่งแล้วอย่าง Butter YEEZY Boost 350 V2 ครองส่วนแบ่งไปถึง 17% เป็นรองเท้าที่ถูกขายออกไปมากที่สุดบนเว็บ StockX ในปี 2018 จากการจัดอันดับล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมา

รองมาอันดับ 2 ยังเป็น YEEZY Blush 500 ที่ครองส่วนแบ่งไปถึง 14% ซึ่งรองเท้า Adidas ทั้งหมดที่ติดอันดับมี่ 3 คู่ และทั้งหมดคือ YEEZY ส่วนคู่ที่ 3 รั้งอยู่อันดับที่ 7 คือ YEEZY 500 Utility Black ได้ส่วนแบ่งไป 9%

นอกนั้น อันดับที่เหลือถูกเหล่า Air Jordan ครอบครองไปทั้งหมดอย่างไม่น่าแปลกใจ เพราะถึงแม้ว่าแบรนด์ดังอย่าง Jordan จะเพิ่มปริมาณการผลิตสนีกเกอร์แต่ละรุ่นขึ้นทุกๆ ปี แต่ก็ไม่เคยพอสำหรับแฟนๆ เลยทำให้หลายๆ คนต้องรอซื้อในราคาขายต่ออยู่ดี

จากเหล่า Air Jordan ทั้งหมด สนีกเกอร์ที่นำโด่งแล้วคว้าอันดับ 3 ไว้ได้คือ Concord Air Jordan 11 ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ก็กินส่วนแบ่งไปถึง 10% ก่อนหมดปี 2018 ยิ่งเป็นการย้ำว่า Air Jordan ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ถึงแม้จะปล่อยออกมากี่รุ่นๆ แถมรุ่นนี้ยังเป็นสีแบบดั้งเดิมของรุ่น Concord อีกด้วย

ยังไม่พอเท่านั้นยังมี Nike รุ่น Air Jordan 1 ติดอันดับอีกถึง 5 คู่ ขอพูดถึงคู่แรกก่อนคือ Nike x Off-White Air Jordan 1 UNC เป็นรุ่นที่ถูกออกแบบร่วมกันโดยเจ้าพ่อแห่งวงการเครื่องแต่งกายแนวสตรีท และเจ้าพ่อแห่งวงการสนีกเกอร์อย่าง Virgil Abloh, Union Los Angeles และ Solefly แต่ก็มีคนที่บ่นเรื่องสีของเจ้าคู่นี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

อีก 4 คู่คือ Bred Toe, Game Royal, Homage to Home และ Shadow ที่ติดอยู่ใน 10 อันดับรองเท้าขายดี จาก Air Jordan 1 ทั้งหมด 60 แบบที่ถูกปล่อยออกมาในปี 2018

Source Highsnobiety

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.