REACT PRESTO X UNDERCOVER เตรียมวางขายในไทย 28 ม.ค. นี้

เมื่อแบรนด์ระดับโลกจับมือกับเจ้าแห่งความเท่จากญี่ปุ่น จึงกลายเป็น React Presto x UNDERCOVER โคตรเท่คู่นี้

เรื่องดีไซน์แฟชั่นที่มีความเท่เป็นเอกลักษณ์ต้องยกให้ญี่ปุ่น เพราะเมื่อสังเกตเสื้อผ้าหน้าผมแล้วสามารถชี้ได้เลยว่าคนนี้ต้องเป็นคนญี่ปุ่นแน่ๆ สิ่งนี้ทำให้วงการแฟชั่นในปัจจุบันเกิดความหลากหลาย และคึกคักขึ้น เพราะมีผู้ให้กำเนิดสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาในทั่วทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่ในญี่ปุ่น ที่แบรนด์สัญชาติเอเชียอย่าง UNDERCOVER จากผู้ก่อตั้งชาวญี่ปุ่นนาม Jun Takahashi ได้พิสูจน์แล้วว่า เอกลักษณ์และความเป็นตัวเองก็สามารถพาแบรนด์ไปสู่สายตาคนทั่วโลกและเป็นที่รู้จักในระดับสากลได้

ครั้งที่แล้วหลังจากแบรนด์ระดับท็อปของโลกอย่าง Nike ร่วมมือกับแบรนด์ที่จัดจ้านด้านความเท่อย่าง UNDERCOVER เปิดตัว React Boot รองเท้าบูทลุคสุดแกร่งออกมาให้ได้ยลโฉมกันไปแล้ว รอบนี้ก็ได้หยิบสนีกเกอร์ขวัญใจสายสตรีทอย่าง React Presto มาแปลงโฉมให้ได้ชมกันบ้าง จนออกมาเป็น REACT PRESTO X UNDERCOVER ที่เกิดจากจินตนาการของ Jun Takahashi ตามคอนเสปต์ที่ว่าด้วยความโกลาหลและความสมดุล

สำหรับเจ้า REACT PRESTO X UNDERCOVER ถูกออกแบบมาตามสไตล์ UNDERCOVER ที่ดูแข็งแรงและเท่สะดุดตา ด้วยวัสดุที่หลากหลายทั้งส่วนที่เป็นผ้าตาข่าย และหนังตรงอัปเปอร์ และพื้นรองเท้าที่ถูกตกแต่งด้วยสีที่คอนทราสต์เหมือนใช้พู่กันสะบัดสี ดูสวยงามเหมือนดวงดาวบนกาแลกซี ด้วย 3 สี 3 สไตล์แตกต่างกันตั้งแต่ ขาว ดำ และมะฮอกกานี เตรียมวางขายบนเว็บไซต์ Nike Thailand ในวันที่ 28 มกราคม 2563 นี้เวลา 9 โมงเช้า สนนราคาอยู่ที่ 6,400 บาท เห็นทีคงต้องรีบตื่นมารีเฟรชหน้าเว็บกันรัวๆ เลยล่ะ

REACT PRESTO x UNDERCOVER
REACT PRESTO x UNDERCOVER
REACT PRESTO x UNDERCOVER
REACT PRESTO x UNDERCOVER
REACT PRESTO x UNDERCOVER
REACT PRESTO x UNDERCOVER
REACT PRESTO x UNDERCOVER
REACT PRESTO x UNDERCOVER
REACT PRESTO x UNDERCOVER

รองเท้าวิ่งของคนมีสไตล์ UNDERCOVER x Nike GYAKUSOU Pegasus 36 Trail เตรียมเปิดตัว 26 ก.ย. นี้

UNDERCOVER x Nike GYAKUSOU Pegasus 36 Trail รองเท้าวิ่งที่ดูดีมีสไตล์ที่สุดในนาทีนี้ มีกำหนดวางขายในวันที่ 26 กันยายนนี้

UNDERCOVER เป็นแบรนด์แฟชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งโดยดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นอย่าง Jun Takahashi ซึ่งตัวเขาได้ร่วมงานกับ Nike ออกแบบสินค้าในไลน์ Nike GYAKUSOU มาได้ระยะหนึ่งแล้ว

สำหรับในคอลเลกชั่นล่าสุดของ Nike GYAKUSOU ก็ยังคงมาในแนวย้อนยุคเหมือนเช่นเคย โดยใช้ชื่อว่า Pegasus 36 Trail ก็เป็นรองเท้าวิ่งในสไตล์ย้อนยุคที่ใช้ดีไซน์ของรองเท้าวิ่งในยุค 1970 มาแต่งแต้มเติมเอกลักษณ์ลงไปได้อย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีที่ถูกปรับโทนให้เข้มขึ้น อย่างสีเหลืองก็จะออกไปทางสีเหลืองมัสตาร์ด รวมถึงสีแดงก็มีความเข้มให้ได้กลิ่นอายของความวินเทจ

โดยเฉพาะส่วนของ Upper ที่ถูกออกแบบให้แตกต่างกัน เพราะด้านที่เป็นโลโก้ Swoosh ของ Nike มีกิมมิคเล็กๆ เป็นรูปดอกกุหลาบ โดยในคู่สีเหลืองดอกกุหลาบจะเป็นสีแดง ส่วนในคู่สีแดงดอกกุหลาบจะเป็นสีชมพู เพื่อให้มีความโดดเด่น รวมถึงใช้วัสดุต่างๆ เข้ามาตกแต่งในส่วนของ Upper เพิ่มเติม ทำให้หน้าตาออกมาไม่น่าจะถูกใจชาวมินิมอลสักเท่าไหร่

ส่วนตรงปลายสุดรองเท้ามีข้อความที่สกรีนด้วยอักษรตัวพิมพ์ว่า “GYAKUSOU WENT THE DISTANCE” ที่เป็นเหมือนสโลแกนของรองเท้าคู่นี้ อธิบายไปก็ไม่ค่อยจะเห็นภาพ ลองเลื่อนกลับขึ้นไปชมภาพเต็มๆ ได้ที่สไลด์โชว์ด้านบนนี้กันได้เลย

สำหรับข้อมูลการวางจำหน่ายของ UNDERCOVER x Nike GYAKUSOU Pegasus 36 Trail คู่นี้ มีกำหนดการออกมาในวันที่ 26 กันยายน 2562 นี้ทางเว็บไซต์ของ Nike และร้านค้าปลีกทั่วไป ในส่วนของราคายังไม่มีการเปิดเผยออกมา ต้องรอติดตามว่าจะแพงเหมือนหน้าตาของมันหรือเปล่า ส่วนใครที่อยากชมภาพ On feet ให้เลื่อนลงไปด้านล่างเลยจ้า

UNDERCOVER x Nike GYAKUSOU Pegasus 36 Trail รองเท้าวิ่ง
UNDERCOVER x Nike GYAKUSOU Pegasus 36 Trail รองเท้าวิ่ง
UNDERCOVER x Nike GYAKUSOU Pegasus 36 Trail รองเท้าวิ่ง

HYPERVSN ระบบฉายโฮโลแกรม 3D เครื่องแรกของโลก

สร้างภาพในจินตนาการออกมาเป็นรูปร่าง 3D โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะในการออกแบบใดๆ ทั้งสิ้น ด้วย HYPERVSN ยิงโฮโลแกรมแบบล้่ำๆ

HYPERVSN x NIKE

HYPERVSN เครื่องยิงโฮโลแกรม 3 มิติ เครื่องแรกของโลก

เจ้าเครื่องยิงโฮโลแกรมเครื่องนี้ เป็นเครื่องยิงโฮโลแกรมเครื่องแรกของโลก ที่ถูกใช้ในงานอีเวนต์มากมายที่ผ่านมา รวมถึงงานสนีกเกอร์ด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถออกแบบภาพ หรือวัตถุต่างๆ ได้ตามต้องการ

HYPERVSN บริษัทด้านเทคโนโลยีได้สร้างเครื่องยิงโฮโลแกรมของโลกเครื่องนี้ออกมาในรูปแบบของเครื่องยิงที่ต่อกันเป็นกำแพง ซึ่งแต่ละตัวมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ผสมผสานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างลงตัว ซึ่งเครื่องดังกล่าวนี้ช่วยสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ มากมาย ทั้งด้านความคิด การออกแบบ สินค้า เหมือนเป็นก้าวแห่งการพัฒนาที่สำคัญของวงการเทคโนโลยีด้านภาพ ซึ่งภาพที่ได้จากเจ้าเครื่องยิงโฮโลแกรมนี้จะลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ

เครื่องยิงโฮโลแกรมหนึ่งตัวสามารถสร้างภาพได้ขนาดประมาณ 75 เซนติเมตร เมื่อใช้หลายๆ ตัวมาต่อกันเป็นกำแพง มันแทบจะสามารถสร้างภาพขนาดใดก็ได้บนโลกใบนี้

มีงานอีเวนต์มากมายใช้เจ้าเครื่องนี้ไปใช้ ถ้างานอีเวนต์สนีกเกอร์ที่สร้างเสียงฮือฮาไม่น้อยก็เช่น งานเปิดตัวรองเท้า Nike ในโซล ประเทศเกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton ก็เช่นกัน

เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมายหลายด้าน ทั้งการจำลองภาพต่างๆ ทางกองทัพ และที่สำคัญคือภาคธุรกิจ ที่สามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปต่อยอดทำอะไรได้อีกหลายๆ อย่าง

สามารถชมคลิปได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลย 

UNDEFEATED เตรียมปล่อยผลงานคอลแลบชิ้นล่าสุดกับ Adidas รุ่น Ultra Boost 1.0 ‘Blackout’ ศุกร์ที่ 28 มิ.ย. นี้

UNDEFEATED x Adidas Ultra Boost 1.0 Blackout เตรียมวางขาย 28 มิ.ย. นี้ บนเว็บไซต์และชอปทุกสาขา

UNDEFEATED x Adidas Ultra Boost 1.0 Blackout

เตรียมปล่อยมาอีกคู่แล้วกับงานคอลแลบสุดปังของ UNDEDEATED X Adidas ในไลน์ของโมเดลรุ่น Ultra Boost 1.0 รอบนี้มาในชื่อ Blackout ที่มีดีเทลต่างๆ สมชื่อ เพราะแต่ละส่วนตั้งแต่อัปเปอร์ไปจนถึงโซล หรือแม้แต่พื้นร้องเท้านั้นเป็นสีดำทั้งหมด แม้กระทั่งในส่วนของลายสกรีน ก็ไม่ได้ทำให้เป็นสีขาวตัดกัน แต่มาในรูปแบบของตัวหนังสือแบบสะท้อนแสงหรือ Reflect โดยมีสกรีนตัวหนังสือพาดผ่านทั้งสองข้างต่อกันเป็นคำว่า UNDEFEATED สุดอัปเปอร์ข้างหนึ่งไปยันอีกข้างหนึ่ง และโลโก้ของทั้งสองแบรนด์ติดอยู่ตรงลิ้นรองเท้า โลโก้ UNDEFEATED อยู่ที่ลิ้นรองเท้าข้างขวา และ Adidas อยู่ที่ลิ้นรองเท้าข้างซ้าย โดย Tag ของ Logo ก็เป็นแบบ Reflect เช่นกัน

สำหรับเจ้าคู่นี้เตรียมปล่อยให้ได้จับจองพร้อมกันทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 ที่ Shop ทุกสาขา และบนเว็บไซต์ UNDEFEATED ส่วนเรื่องราคา ตอนนี้ (26 มิ.ย. 2019, 1:12 AM) ยังไม่มีการรายงานข้อมูล

รวมรายชื่อ Sneaker ที่จะวางขายในเดือนมิถุนายนนี้ จากทุกแบรนด์ทั่วโลก

รวมรายชื่อสนีกเกอร์ที่จะวางขายในเดือนมิถุนายน 2562 นี้ จากทุกแบรนด์ทั่วโลก กว่า 13 รายการ มาชมกัน

ไม่เกริ่นอะไรทั้งนั้น ไปเริ่มที่คู่แรกกันเลย

Brief:
1. Reebok Instapump Fury “All-Over Logo” 
2. Balenciaga Track.2
3. Supreme x Nike Air Jordan 14 Collaboration Re-release
4. Nike Air Force 1 Low “EQUALITY”
5. AWAKE NY x ASICS GEL-KAYANO 5 360
6. adidas ZX 4000 “Grey/Yellow/Red” 
7. adidas Spezial SS19 Second Drop
8. Odell Beckham Jr. x Nike Air Max 720 “Young King of the Drip”
9. Toy Story 4 x adidas Collection
10. UNDERCOVER x Nike Daybreak Sneakers in “Black” and “Lucky Green”
11. adidas Originals by Hender Scheme SS19 ZX 4000 4D
12. adidas YEEZY BOOST 350 V2 “Synth” & “Antila” in Both Reflective and Non-Reflective
13. Overkill x New Balance “Berlin – City of Values” Pack

Continue reading “รวมรายชื่อ Sneaker ที่จะวางขายในเดือนมิถุนายนนี้ จากทุกแบรนด์ทั่วโลก”

Brandon Webb หนุ่มวัย 19 ปี ที่กดสนีกเกอร์บนเว็บไซต์ทันทุกรุ่น รุ่นละเป็นร้อยๆ คู่ เพื่อขายต่อเอากำไรในตลาด Resale

เคล็ดลับการกดซื้อสนีกเกอร์บนเว็บไซต์ให้ได้กว่า 100 คู่ ของ Brandon Webb แล้วเอามาขายทำกำไรในตลาด Resale แบบนี้ก็ได้เหรอ?

สื่อดังอย่าง Entrepreneur จับหนุ่มจาก LA คนนี้มานั่งคุยหลังทราบว่าเจ้าตัวกดสนีกเกอร์แต่ละรุ่น ได้เป็นร้อยๆ คู่ และยังเป็นผู้ก่อตั้ง Hypluxe ที่แหล่งรวมตัวสำหรับคนที่สนใจอยากเรียนรู้วิธีซื้อ-ขายสนีกเกอร์แบบเขา

ในปัจจุบันตลาดสนีกเกอร์ Resale มีมูลค่ากว่า 1 พันล้าน USD (31,300 ล้านบาท) เนื่องจากสนีกเกอร์รุ่นใหม่ๆ ถูกนำออกมาวางขายแทบจะทุกอาทิตย์ บวกกับคนที่ซื้อมาเก็งกำไรทำให้ราคาเพิ่มขึ้นจากราคาป้ายหลายเท่า อย่างเช่นเมื่อปี 2018 Nike ปล่อยสนีกเกอร์รุ่นที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของอย่าง Off-White Air Jordan 1 ‘White’ ในราคา 190 USD (ประมาณ 6,000 บาท) ตอนนี้ในตลาด Resale ราคาสูงถึง 3,000 USD (94,000 บาท) เลยทีเดียว และ Webb เองก็ไม่พลาดที่จะคว้าโอกาสอันหอมหวานนี้

สำหรับตัว Webb เขามีทีมที่คอยซื้อรองเท้ารุ่นใหม่ๆ ที่ถูกวางขายบนเว็บไซต์ เรียกได้ว่ากว้านซื้อก็ไม่ผิด และเมื่อถูกถามว่าทำไมถึงแน่ใจว่าจะได้กำไร เขาตอบอย่างมีหลักการว่ามันเป็นเรื่องของ “ความต้องการซื้อและความต้องการขาย” เพราะแค่ Nike กับ Adidas ก็ปล่อยรองเท้ารุ่นพิเศษ ทั้งแบบคอลแลบกับดาราเซเลบ หรือศิลปิน นักร้อง นักออกแบบ ทั้งหลาย เช่น Virgil Abloh หรือ Kanye West นี่ยังไม่นับรองเท้ารุ่นคลาสสิกต่างๆ ที่ถูกนำมาแปลงโฉมให้ไฉไลแล้วนำมาขาย คนที่จ้องจะซื้อมาเก็งกำไร ต้องรู้อยู่แล้วว่าสนีกเกอร์กำลังจะวางขาย รู้ว่ามีคนต้องการมัน บวกกับความลิมิเต็ด ทำให้ราคาสนีกเกอร์มีแต่ขึ้นกับขึ้น

แน่นอนว่าคงไม่ทุกคู่ที่จะราคาขึ้น เพราะมีหลายคู่ที่ราคาตก วิธีการเลือกสนีกเกอร์ของเขาใช้เกณฑ์ง่ายๆ เช่น ต้องเป็นงาน คอลแลบ ทำร่วมกับศิลปิน นักออกแบบ เซเลบ หรือรุ่นที่จัดทำขึ้นในโอกาสพิเศษ และรุ่นคลาสสิกที่เอามาตกแต่งแล้วขายใหม่ รวมถึงรุ่นดังๆ ในซีรีส์ Adidas Yeezy และ Nike Jordan 1 ด้วย

Webb บอกว่าเขามีแหล่งข่าววงในสำหรับให้ข้อมูลว่ารุ่นนี้จะวางขายกี่คู่ เลยทำให้พอเดาได้ว่ารุ่นไหนจะหมดไวจนทำให้กลายเป็นรุ่นลิมิเตด แต่จริงๆ แล้วการจะทำตัวเป็น Reseller สนีกเกอร์ ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรเกี่ยวกับสนีกเกอร์เลยก็ยังได้ เพราะพวกบล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ หรือเว็บไซต์ข่าว ก็ออกมาบอกกันรายสัปดาห์กันอยู่แล้วว่าคู่ไหนจะปังหรือคู่ไหนจะแป้ก บอกแม้กระทั่งว่าจะวางขายบนเว็บไหนบ้าง เอาง่ายๆ คือ ถ้ามันเท่ สวย ไม่ซ้ำใคร คู่นั่นแหละราคาขึ้นแน่นอน

ส่วนเคล็ดลับในการซื้อทีละมากๆ ของเขาคือการใช้ “บอท” เขาบอกว่าสนีกเกอร์แทบทุกคู่ที่เขาซื้อ เขาซื้อบนเว็บไซต์ และนักเก็งกำไรคนอื่นๆ ก็ใช้บอทในการกดซื่อแทบทั้งนั้น บอทมีฟังก์ชันที่จะทำแทนแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะคอยเช็กว่ามีคู่ไหนที่วางขายบนเว็บไซต์บ้างในเวลาไม่กี่วิ แน่นอนว่ามนุษย์ทำไม่ได้ ซึ่งถ้าจะเล่นกันแบบแฟร์ๆ ไม่มีทางจะชนะบอทได้เลย ส่วนใครที่ฟังแล้วอยากจะหาบอทมาใช้เขาบอกว่า ยาก เพราะบอทที่เปิดให้ใช้ฟรี ช้ากว่าบอทที่ใช้แบบส่วนตัวมากๆ ส่วนพวกที่ทำกำไรได้มากๆ เป็นพวกระดับท็อปที่มีคอนเนกชันกับนักลงทุน แฮกเกอร์ และพวกแหล่งข่าววงใน แน่นอนว่าก็ใช้โปรแกรมบอทแบบส่วนตัวเหมือนเขา ทำให้สินค้าส่วนใหญ่เมื่อวางขายแล้วหมดอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ผลิตมาน้อย หรือหายไปไหนหรอก มันอยู่ที่นักเก็งกำไรแบบพวกเขานั่นเอง

การใช้บอทก็แค่ตั้งค่าว่า ต้องการรองเท้ารุ่นไหน ไซส์อะไรบ้าง ของเว็บไหน ด้วยประสบการณ์ เครื่องมือและเงินทุนที่เขามี ทำให้เขาไม่เคยพลาด เขาสามารถซื้อสนีกเกอร์หลายพันคู่ด้วยการนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ขณะที่หลายๆ คนต้องไปกางเตนท์เพื่อรอคิวซื้อรองเท้าเพียงคู่เดียว เห็นแบบนี้แล้วเขาก็รู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นเกม

ต้นทุนและกำไรของรองเท้าแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป เป้าหมายแรกคือต้องซื้อให้ได้มากที่สุดก่อนที่ของจะหมด อย่างตอนที่ Off-White Air Jordan 1 ‘White’ วางขาย Webb กดคนเดียวได้มา 100 คู่ และคนอื่นๆ ในทีมก็ได้ประมาณนี้เช่นกัน ราคาต้นทุนก็ตกคู่ละ 190 USD (ประมาณ 6,000 บาท) เสียค่าเซ็ตบอทประมาณ 6,000 USD (187,500 บาท) รวมทั้งหมด 25,000 USD (781,250 บาท) ซึ่งรุ่นนี้วางขายแค่ในยุโรปเท่านั้น ทำให้ราคาเพิ่มจาก 190 USD เป็น 1,000 USD (31,250 บาท) ภายในวันเดียวกันกับที่สนีกเกอร์วางขาย แต่วันนี้สนีกเกอร์คู่ละ 190 USD 100 คู่ของเขา มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 290,000 USD (9,062,500 บาท) นับว่าคุ้มค่ากับแรงที่เสียไป ส่วนรุ่นที่ฮิตน้อยกว่าอย่าง Yeezy อาจทำกำไรได้แค่ 200 USD ต่อคู่ ซึ่งต้องสต็อกไว้เป็นพันคู่ถึงจะคุ้ม

เมื่อได้สนีกเกอร์มาแล้ว Webb ก็นำไปขาย ซึ่งการขายสนีกเกอร์ในสมัยนี้ เปลี่ยนไปจากอดีตมาก เพราะมีเว็บไซต์รองรับตลาดนี้โดยเฉพาะอย่าง StockX, Hypremium และ GOAT สามารถทำทุกอย่างได้ผ่านเว็บและแอป เว็บพวกนี้ทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลางระหว่างคนซื้อและคนขาย เพื่อให้มันใจว่าคนขายจะได้รับตัง และคนซื้อจะได้รับของแท้ ทำให้การต่อรอราคาและการซื้อขายเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม

สำหรับนักเก็งกำไรมือใหม่ ถ้าทำจริงๆ จังๆ สามารถทำกำไรได้หลายพันเหรียญต่อเดือน แต่คนที่ Webb สอนส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษามหาลัย ที่ไม่ค่อยจริงจัง ทำเป็นงานอดิเรกเพื่อหารายได้เสริม สนีกเกอร์ปล่อยออกมาแทบทุกวัน ต่อให้คุณซื้อมาแล้วขายไม่ออกก็สามารถนำไปคืนภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ก็สามารถเอาเงินที่เสียไปคืนมาได้โดยไม่มีอะไรต้องเสียเลย

กระบวนการนี้ยังเป็นการซื้อขายที่ผิดกฎหมาย โดยทั้งร้านค้า ร้านสาขา รวมถึงเว็บไซต์ ก็ออกมาขัดขวางด้วยการกำหนดจำนวนต่อคนที่สามารถซื้อได้ โดยเฉพาะสนีกเกอร์รุ่นที่ฮิตๆ และผลิตออกมาน้อย เรื่องตลกคือบางแบรนด์ถึงขั้นจ้างบริษัทรักษาความปลอยภัยทางไซเบอร์มาเพื่อจัดการกับบอทที่คอยกว้านซื้ออยู่บนเว็บไซต์เลยทีเดียว เป็นธรรมดาของธุรกิจที่มีกำไรสูง เป็นเรื่องที่ต้องชิงไหวชิงพริบกัน แต่ท้ายที่สุดมันก็จะมีช่องโหว่เสมอ

เทรนด์ที่คนสนใจเกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปล่อยมันผ่านไปอย่างสูญเปล่า กว่าจะรู้ตัวว่าสามารถกอบโกยผลประโยชน์จากมันได้ก็สายไปแล้ว บางครั้งโอกาสก็มาโดยไม่ทันตั้งตัว นี่ก็เป็นเรื่องที่ Webb เชื่อคือ ถ้าเห็นโอกาส ให้รีบคว้าไว้

รวมภาพ Sneaker ที่เหล่า Sneakerhead ใส่ไปงาน Sneaker Con ครั้งแรกของจีนในเมืองเซี่ยงไฮ้ และภาพบรรยากาศ

ประมวลภาพงาน Sneaker Con ครั้งแรกในจีน ที่จัดขึ้นที่เมือง Shanghai China ได้รับกระแสตอบรับจากเหล่าสนีกเกอร์เฮดล้นหลาม

จัดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับงาน Sneaker Con ครั้งแรกในประเทศจีน ประเดิมกันที่เมืองเซี่ยงไฮ้ งานนี้เรียกเสียงฮือฮาและการตอบรับของเหล่าสนีกเกอร์เฮดในจีนกันอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากจะเป็นงานที่ขายและแลกเปลี่ยนสินค้ากันแล้ว ยังเป็นงานที่เปิดให้เหล่าคนรักสนีกเกอร์ใส่รองเท้าหายากในกรุของตัวเองมาขิงกันได้เต็มที่อีกด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับแบรนด์เจ้าถิ่นของจีนอย่าง ANTA, Xtep, PEAK, CBA และ 361° ได้มาโชว์สินค้าใหม่ๆ ดีไซน์ล้ำๆ และนวัตกรรมแห่งอนาคต แก่สายตาผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงแบรนด์ดังสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง A Bathing Ape ก็ไม่พลาดงานนี้ จัดบูธไลน์อัพ AAPE ชูสนีกเกอร์ตัวใหม่ล่าสุดทั้ง AAPE+ Awakening EX และ AAPE+ Potential SS ให้ได้ชมกันชัดๆ รวมถึงรองเท้าวิ่งสไตล์วินเทจ AAPE Dimension ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้

สำหรับงานนี้จัดขึ้นในอาคารใหญ่บนพื้นที่ 3 ฮอลล์ ฮอลล์แรกจะเป็นพื้นที่สำหรับการจัดแสดงหลักกินพื้นที่ประมาณ 1 สนามบาส ฮอลล์ติดกันก็เป็นงานจัดแสดงอื่นๆ ไล่ๆ กันมา จนถึงฮอลล์สุดท้ายที่เป็นไฮไลท์และเป็นจุดที่คึกครื้นที่สุดของงาน ซึ่งเป็นฮอลล์ที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า และมีโซน Sneaker Customizing สำหรับตกแต่งรองเท้าด้วย

เท่าที่สังเกตภายในงานผู้ที่มาร่วมงานส่วนใหญ่จะไม่ค่อยใส่สนีกเกอร์แบรนด์หรูอย่าง Balenciaga หรือ Gucci แต่พบว่าที่ฮิตที่สุดจะเป็นพวก Air Jordan 1 รองมาเป็น YEEZY Boost 350 V2 และ Virgil Off-White x Nike “The Ten” และหลายคนที่ใส่รุ่น Air Jordan 1 “Cactus Jack” และรุ่น Sacai x Nike LDWaffle

งานครั้งแรกในประเทศมีสิ่งที่น่าสนใจคือ การได้ครอบครองรองเท้ารุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมอาจไม่เพียงพอสำหรับที่นี่ เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่มีคนจำนวนมหาศาล ทำให้มีโอกาสสูงมาก ที่จะเดินไปแล้วเจอคนนู้นคนนี้ใส่สองเท้าคู่เดียวกัน จึงเป็นที่มาของโซน Sneaker Customizing ขึ้นมา เพื่อให้เหล่าสนีกเกอร์ได้ตกแต่งสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อะไรแบบนี้ทำให้นึกถึงเซียนแต่งรองเท้าอย่าง Diversitile, Mathamphibian

และ SBTG ที่แต่งรองเท้าที่มีความโดดเด่นทั้งด้านโครงสร้างและสี นำมาตั้งชื่อรุ่นของตัวเองเผยแพร่บนโลกออนไลน์ โดยภายในงานก็จะมีผลงานการคอสตอมที่โดดเด่นเรียกเสียงฮือฮาอย่าง Air Force 1 รุ่น Pornhub หรือ Air Jordan 1 รุ่น Timberland เป็นต้น